🤘Rock and Roll🤘จากเสียงแตกยุค 50 สู่ตำนานที่ไม่มีวันตาย

 


"Rock and Roll" 

เคยหมายถึง เรือโยกไปมาในทะเลมาก่อนนะ แต่พอมายุค 20 มันกลายเป็นคำฮิตในเพลงศาสนาและ เรื่องเซ็กซ์ แล้วมันก็หลุดเข้าไปในเพลงบลูส์และกอสเปลจนสุดท้ายปี 1950 กลายเป็นคำประจำในเพลงร็อกแอนด์โรลสุดปัง! Huey “Piano” Smith คือตำนานที่ทำให้คำนี้ติดหูคนทั้งโลก  

"Rock and Roll"

เป็นแนวเพลงที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาในช่วงปลายทศวรรษ 1940 และต้นทศวรรษ 1950 โดยมีการผสมผสานระหว่างเพลง Rhythm and Blues (R&B), Country, Jazz, และ Gospel โดยมีจุดเด่นที่การใช้เครื่องดนตรีไฟฟ้า เช่น กีตาร์ไฟฟ้า, เบส, กลอง, และบางครั้งอาจจะมีคีย์บอร์ด เช่น เปียโนหรือออร์แกน การใช้จังหวะที่เร็วและมีความกระฉับกระเฉง

ต้นกำเนิด

เกิดในภาคใต้ของอเมริกา 🎸 เกิดจากการผสมผสานระหว่างดนตรีแอฟริกันกับเครื่องดนตรียุโรป พอคนผิวขาวกับผิวดำมาอยู่ใกล้กันในเมืองใหญ่ ๆ แบบนิวยอร์กหรือเมมฟิส ก็เลยได้ยินเพลงของกันและกัน แล้วยังเริ่มแต่งตัวเหมือนกันอีก 😂🎶

สมัยนั้นสถานีวิทยุก็ช่วยให้เพลงทั้งของคนผิวขาวและผิวดำเข้าถึงกันได้ง่ายขึ้น แผ่นเสียงก็เริ่มขายดี และดนตรีของคนผิวดำแบบแจ๊สและสวิงก็ถูกนักดนตรีผิวขาวเอามาเล่นด้วย! การผสมผสานวัฒนธรรมมันเริ่มเกิดขึ้น 😎🔥

ร็อกแอนด์โรลก็เริ่มจากริธึมแอนด์บลูส์ (ที่เรียกว่า "เรซมิวสิค" ในตอนนั้น) ผสมกับบูกี้-วูกี้และการร้องกอสเปลที่ตะโกนสุด ๆ หรือบางทีก็เอาดนตรีคันทรีเข้ามาผสมด้วย! และจากที่มันเริ่มเป็นการตลาดใหม่ของดนตรีคนผิวดำเพื่อกลุ่มคนผิวขาว บางคนก็ว่ามันคือการสร้างอะไรใหม่ ๆ ขึ้นมาที่ผสมกันระหว่างดนตรีสองเชื้อชาติ🎤

ถ้าอยากรู้ว่าร็อกแอนด์โรลคืออะไร คิดซะว่ามันเป็นเหมือนปาร์ตี้ดนตรีที่ระเบิดพลังมาตั้งแต่ปลายยุค 40 — แถมมันยังไม่เคยจบลงซะด้วย!

🎸 ยุคบุกเบิก (ปลาย 40s - ต้น 50s)
ลองนึกภาพเสียงแซกโซโฟนสุดเท่กับเปียโนจังหวะแรง ๆ ที่ทำให้คนต้องขยับตัวตาม นี่แหละต้นกำเนิดร็อกแอนด์โรล! ตอนนั้นยังไม่มีใครเรียกมันว่า “Rock & Roll” ด้วยซ้ำ จนปี 1954 คำนี้ถึงจะฮิตติดหู

🤘 ยุคพีค (กลาง 50s - ต้น 60s)
เปียโนเริ่มหลบไป กีตาร์ไฟฟ้ากระโดดเข้ามาแทนที่ กลายเป็นเสียงแตก ๆ หนัก ๆ ที่เราคุ้นเคยกันดี วงดนตรีเริ่มหันมาใช้กีตาร์ไฟฟ้าคู่กับเบสไฟฟ้าแบบเต็มตัว พร้อมกับชุดกลองที่อัดแน่นไปด้วยพลัง

🔥 ยุคร็อกครองโลก (กลาง 60s เป็นต้นไป)
ร็อกแอนด์โรลไม่ยอมอยู่แค่ในสหรัฐฯ แต่กระจายไปทั่วโลก พอใคร ๆ เริ่มเรียกมันสั้น ๆ ว่า "Rock" ก็กลายเป็นอีกจักรวาลของดนตรีที่มีทั้งหนัก เบา ลึกซึ้ง หรือกวนสุดขั้ว

🖤 มากกว่าแค่เสียงเพลง
ร็อกแอนด์โรลไม่ได้แค่สอนให้โยกหัวอย่างเดียว แต่มันเปลี่ยนทั้งแฟชั่น ทัศนคติ และวัฒนธรรม คนผิวขาวกับผิวดำเริ่มมามันส์รวมกันในจังหวะเดียวกัน ซึ่งถือว่าเจ๋งมากในยุคนั้น

สรุปง่าย ๆ ถ้าร็อกแอนด์โรลเป็นคน คงเป็นเพื่อนสายลุยที่ชวนออกไปแหกกฎแบบเท่ ๆ แต่ก็มีหัวใจอบอุ่นที่ทำให้คนทั่วโลกหลงรักมาตลอดนั่นแหละ! 

พัฒนาการของ "Rock and roll":

  1. เริ่มต้นในยุค 1940-1950

เริ่มจากการรวมของสไตล์เพลงที่แตกต่างกัน เช่น Rhythm and Blues (R&B) ที่ได้รับอิทธิพลจากเพลงของคนผิวดำในอเมริกา และ คันทรี ที่ได้รับความนิยมในหมู่ชนชั้นแรงงานในชนบท
Elvis Presley, Chuck Berry, Little Richard, Buddy Holly เป็นศิลปินที่สำคัญในการนำ "rock and roll" มาเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย

  1. การพัฒนาในยุค 1960:
    แนวเพลง "rock and roll" เริ่มพัฒนาเป็นหลาย ๆ สไตล์ เช่น hard rock, psychedelic rock, progressive rock และ surf rock ทำให้แนวเพลงนี้ยังคงได้รับความนิยมและเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา

  2. ยุค 1970s ถึงปัจจุบัน:
    แนวเพลง "rock and roll" เริ่มพัฒนาไปสู่แนวเพลงที่มีความหลากหลายมากขึ้น เช่น punk rock, alternative rock, และ grunge โดยยังคงรักษาความเร็วและพลังของดนตรีไว้

จุดเด่นของ "Rock and roll"

  1. จังหวะที่เร็วและกระฉับกระเฉง : เพลง rock and roll มีลักษณะของจังหวะที่ชัดเจน และเร็ว ทำให้มันเป็นเพลงที่มีพลังและสนุกสนาน

  2. เครื่องดนตรีไฟฟ้า : การใช้กีตาร์ไฟฟ้าเป็นจุดเด่นสำคัญของแนวเพลงนี้ รวมถึงเบสและกลองที่สร้างเสียงจังหวะที่โดดเด่น

  3. การแสดงออกทางอารมณ์ : เพลงมักจะพูดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับความรัก, การต่อต้าน, และการแสวงหาความอิสระ ซึ่งสะท้อนถึงอารมณ์และความรู้สึกของวัยรุ่นในยุคนั้น

  4. การเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม : "Rock and roll" ไม่เพียงแค่เป็นแนวเพลง แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง เป็นเสียงของความเป็นอิสระและความสนุกสนาน

ถึงแม้ว่า "rock and roll" จะมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา แต่ก็ยังคงเป็นรากฐานสำคัญที่ส่งผลต่อดนตรีในทุกวันนี้ 😎🎸


🔥 เทคนิคกีตาร์ Rock and Roll แบบโคตรเท่ ที่ต้องรู้! 🔥

  1. Power Chords (พาวเวอร์คอร์ด)

💡 คอร์ดลูกรักของสายร็อก! จับง่าย ใช้นิ้วแค่ 2-3 นิ้วเอง แถมเสียงหนักแน่นสุด ๆ💡ของมันต้องมีในเพลงร็อกทุกเพลง ลองซัด E5, A5, D5 รับรองเดือด!

  1. Palm Muting (ปาล์มมิวต์)

💡 วางสันมือลงตรงสายใกล้ ๆ สะพานสาย แล้วดีดแบบโหด ๆ จะได้เสียงที่หนึบ ๆ แน่น ๆ สะใจโคตร!

💡 เหมาะกับจังหวะตึ้บ ๆ กวน ๆ แบบร็อกสายลุย 🤘

  1. String Bending (ดันสายให้ร้องไห้)

💡 ดันสายขึ้นหรือลง แล้วเสียงจะพุ่งขึ้นแบบโคตรมันส์ เอาไว้ใส่ตอนโซโล่ เท่จนคนดูต้องซี๊ด!

  1. Vibrato (ไวบราโต แบบมือสั่นสายโหด)

💡 ดันสายเสร็จแล้วเขย่า ๆ เข้าไป เสียงจะสั่น ๆ หน่วง ๆ โคตรเซ็กซี่

  1. Slide (สไลด์ให้ลื่นปรื๊ด)

💡 เอานิ้วรูดจากโน้ตหนึ่งไปอีกโน้ตหนึ่งแบบไม่ยกนิ้ว เสียงจะลื่น ๆ เนียน ๆ แบบมืออาชีพเลย

  1. Riff (ริฟฟ์เท่ ๆ ที่ต้องเล่นได้)

💡 พูดถึงร็อกก็ต้องมีท่อนริฟฟ์โดน ๆ ลองซัดเพลงอย่าง "Johnny B. Goode" ของ Chuck Berry ดู รับรองเฟี้ยว!

  1. Alternate Picking (ดีดขึ้น-ลงแบบสลับฟาดหนัก ๆ)

💡 ดีดขึ้นลงแบบรัว ๆ แรง ๆ ใส่เต็มสปีด สายร็อกต้องจัด!

🎯 ฝึกแบบโหด ๆ ให้เทพไวๆ
✅ ซัด Power Chords ให้เปลี่ยนไว ๆ ไม่มีสะดุด
✅ ฝึก Palm Muting ให้จังหวะแน่นจนสะเทือนพื้น
✅ ฝึกสเกล Pentatonic เพราะนี่แหละสเกลแห่ง Rock!
✅ ลองแกะเพลงร็อกระดับตำนาน เช่น "Johnny B. Goode", "Rock Around the Clock" หรือ "La Bamba" แล้วจะรู้ว่าโคตรมันส์!

มีเทคนิคไหนอยากลองเจาะลึก หรืออยากได้เพลงฝึกเพิ่มเติม บอกมาได้เลยนะครับ! 🚀🎸

อ้างอิง  https://www.wikipedia.org/

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------

ไม่ว่าจะเล่นกีต้าร์สไตล์ไหน ! ! !   EGGBOX MUSIC สอนทุกรูปแบบ

เรามีเทคนิคและวิธีการเล่นที่ช่วยให้คุณพัฒนาไปในทุกๆ แนวทาง!

ร่วมเรียนรู้ทั้งทฤษฎีดนตรีและการเล่นที่เป็นอิสระ…มาเริ่มต้นกันเลย !

...โทรมาครับ 085-056-2519...

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------



FOLLOW US

                   



RECOMMEND